Natchananporn

Land For Learning

เรื่อง "การสนทนาภาษาญี่ปุ่น" สำหรับใช้ในชีวิตประจำวัน และสถานการณ์ต่างๆ เพื่อการสื่อสาร
จัดทำโดย อาจารย์ณัฐชนันท์พร ลิปภานนท์ หัวหน้ากลุ่มสาระภาษาต่างประเทศ โรงเรียนวัดราชโอรส
หวังว่าเว็บไซต์แห่งนี้จะเป็นแหล่งข้อมูลที่ดีสำหรับนักเรียน นิสิต นักศึกษา และผู้ที่สนใจเรียนรู้การสนทนาภาษาญี่ปุ่น

46 เรื่องในประเทศญี่ปุ่นที่คุณอาจไม่เคยรู้

1. รถไฟมาตามเวลา ที่เรียกว่าตามเวลาที่บอกน่ะ รถไฟปิดประตูแล้วนะ ถ้าเรามาตรงเวลาในตารางเวลารถไฟ แปลว่าเราตกรถแน่นอน
2. ผลไม้อร่อย (มีการพัฒนาพันธุ์ให้มีรสชาติอร่อย) ขนาดมะเขือเทศ ยังมีอาจารย์คนไทยมาแล้วขอไปซุปเปอร์มาเก็ตเพื่อซื้อกลับไทย บอกว่ามะเขือเทศที่ญี่ปุ่นหวานดี ผลไม้อื่นๆก็ไม่ต้องพูดถึง โดยเฉพาะสตอเบอร์รี่ของญี่ปุ่น อร่อยเป็นที่สุด
3. ขนมปังในร้านสะดวกซื้ออร่อย อันนี้จริงแน่นอน โดยเฉพาะเปรียบเทียบกับขนมปังในร้านสะดวกซื้อในไทย
4. ประตูรถแท็กซี่เปิดปิดเอง (ประตูเปิดปิดอัตโนมัติ) แรกๆก็เผลอใช้มือปิดไปหลายทีเหมือนกัน
5. มีโอกาสได้ของที่ทำหล่นหายคืนสูง เป็นสิ่งที่สร้างความประทับใจให้คนต่างชาติพอสมควร เพราะถ้าเป็นบ้านเรา ไม่ต้องคิดเลย
6. ทานไก่เคนตั๊กกี้ในวันคริสมาส เอ อันนี้คนไทยคงไม่ตกใจเท่าไรมั้ง เพราะวันคริสมาสกะเราก็ไม่ค่อยเกี่ยวกันอยู่แล้ว
7. ตู้ขายของอัตโนมัติมีทุกซอกทุกมุม คงไม่มีชาติใดที่มีตู้ขายของอัตโนมัติ(โดยเฉพาะขายน้ำ)เยอะเท่าญี่ปุ่นอีกแล้ว
8. ตู้ขายของอัตโนมัติขายของหลากหลายอย่าง รวมทั้ง เหล้าและบุหรี่ อันนี้ถ้าเป็นประเทศไทยคงไม่ผ่านเป็นอันแน่
9. โถส้วมเป็นระบบฉีดชำระอัตโนมัติ (washlet) เรื่องสิ่งประดิษฐ์เพิ่มความสะดวกสบายในชีวิตประจำวันต้องยกให้ญี่ปุ่น
10. น้ำประปาดื่มได้ อันนี้คนจากประเทศพัฒนาแล้วอาจจะไม่ตกใจเท่าไร คนจากประเทศกำลังพัฒนาอย่างประเทศไทยก็ยังต้องใช้เครื่องกรองหรือต้องต้มก่อนกิน เพราะยังไม่ชิน
11. น้ำชาไม่หวาน โดยเฉพาะคนไทยต้องตกใจมากๆแน่ เหมือนกับที่คนญ๊่ปุ่นเจอน้ำชาเขียวหวานๆของไทยไป ช้อคไปตามๆกัน
12. ในร้านอาหารสูบบุหรี่ได้ อันนี้ทุกๆชาติตกใจ ปัจจุบันก็มีการพัฒนาในทางที่ดีขึ้น คือ มีการแบ่งพื้นที่ “สูบบุหรี่” กับ “ไม่สูบบุหรี” แต่หลายที่ไม่มีการกั้นด้วยผนังหรือประตู กลิ่นบุหรี่ก็ยังกระจายมาถึงเขตไม่สูบบุหรี่อยู่ดี
13. ในซุปเปอร์มาเก็ตมีอาหารให้ชิมมากมาย ชิมกันจนอิ่ม เรียกว่าไม่ต้องกินข้าวมื้อนั้นยังได้
14. ทางด่วนต้องเสียค่าบริการ เอ คนที่ตกใจมาจากประเทศใดเนี่ยที่ทางด่วนไม่ต้องเสียตังค์
15. เค้กที่ขายตามร้านเค้กมีการตกแต่งสวยงามจนถึงขั้นเรียกว่าเป็นงานฝีมือได้ อันนี้คนจากทุกประเทศซูฮกฝีมือคนญี่ปุ่นในเรื่องนี้กันอย่างถ้วนทั่วหน้า สวยและน่ากินขนาดทำให้คนที่ไปเรียนแต่ปีเดียวน้ำหนักขึ้นมา 10 ก.ก.ได้
16. ทางด่วนในโตเกียวช่างคดเคี้ยวเหลือเกิน
17. ในร้านอาหารสไตล์มาทานเป็นครอบครัว (family restaurant) มีปุ่มกดเรียกพนักงานให้มารับออเดอร์ เยี่ยม ! ไม่ต้องตะโกนเรียก
18. ในร้านกินดื่ม มีเมนูเป็นเครื่องที่เป็น touch screen ไว้ดูเมนูและสั่งอาหารและเครื่องดื่มได้เลยโดยไม่ต้องเรียกพนักงาน เยี่ยมกว่าข้อที่แล้วอีก ร้านกินดื่มยิ่งคนเยอะและเสียงดังอยู่ด้วย มีเครื่องนี้เครื่องเดียวสบายใจเฉิบ แต่ปัญหาคือต้องอ่านภาษาญี่ปุ่นออก อืม ตัวใครตัวมัน
19. เหรียญ 5 เยน และ 50 เยน มีรูตรงกลาง จำได้ว่าไม่ตกใจ เพราะสมัยประถม เรียนเกี่ยวกับเหรียญพดด้วง ก็จำได้ว่ามีรูตรงกลางเหมือนกัน สงสัยประเทศอื่นๆไม่มี
20. ทิชชู่ได้รับแจกฟรีมากมาย แรกๆก็ดีใจ มีทิชชู่ใช้ฟรี แต่นานๆไปก็ไม่ไหว ถ้ารับมาหมดได้กองเต็มบ้านแน่เลย
21. ของในร้าน 100 เยน มีมากมายและหลากหลาย เรียกว่าสามารถใช้ชีวิตด้วยของร้านร้อยเยนเท่านั้นก็ได้ อันนี้เรียกว่าคนไทยเราไม่ต้องบินไปถึงญ๊่ปุ่นก็เห็นแล้วว่าของในร้านร้อยเยน ซึ่งก็คือร้าน Daiso หรือร้านยี่ห้ออื่นๆที่เข้ามาบุกตลาดบ้านเรานั้น มีของมากมายขนาดไหน เดินดูกันเป็นวันๆก็ไม่หมด
22. คนญี่ปุ่นชอบ Yahoo มากกว่า อันนี้จริง ตามข้อมูลที่ได้รับการสำรวจ
23. ถ้าเช่ารถก็จะมีเครื่องนำทาง (car navigator) ติดตั้งอยู่ในตัวรถมาด้วยเสมอ บริการยอดเยี่ยม สมเป็นญี่ปุ่น
24. เอากระเป๋าจองที่นั่งไว้ได้ ไม่มีใครขโมยไป แต่เดี๋ยวนี้ คงต้องระแวงมากขึ้น แต่ผู้หญิงญี่ปุ่นก็ยังทำแบบนี้กันเยอะ
25. เครื่องดืมขนาด S มีขนาดเล็กมาก สงสัยนี่จะเป็นความคิดเห็นของคนอเมริกัน
26. สายไฟที่ระโยงระยางบนท้องถนนมีจำนวนมากเหลือเกิน อันนี้สำหรับคนไทยคงไม่แปลก เพราะบ้านเราก็เหมือนกัน
27. ต่อแถวเวลารอขึ้นรถไฟ อันนี้บ้านเราก็พัฒนาเป็นแบบเขาแล้ว ถึงแม้จะเป็นแค่รถไฟฟ้าและรถไฟใต้ดินก็ตาม น่าภูมิใจจริงๆ
28. ฝารองนั่งโถส้วมอุ่น ยิ่งเวลาหน้าหนาว รู้สึกขอบคุณมันมากๆ ทำให้เวลาเข้าห้องน้ำมีความสุขขึ้นอีกเยอะ
29. ราคาตั๋วหนังแพง แพงขนาดว่าไม่จำเป็นก็ไม่ต้องชวนกันไปดูหนัง ดูทีรอบละ 1,800 เยน หรือประมาณ 700 บาท ถ้าอยากดูในบรรยากาศโรงหนังจริงๆ แต่ขอประหยัดหน่อยก็รอวันพุธที่ลดเหลือ 1,000 เยน หรือประมาณ 400 บาท ก็ยังแพง
30. ร้านปาจิงโกะมีให้เห็นเป็นระยะๆ จริงๆ มีทุกหัวระแหง
31. เทคนิคในการห่อของขวัญเยี่ยมยอด อันนี้เรียกได้ว่า ทุกคนที่เห็นอยากจะไปขอเรียนเทคนิคเหล่านี้บ้าง
32. ที่จอดรถซ้อนกันในแนวตั้ง สมกับเป็นประเทศที่อยู่กันหนาแน่น ขนาดที่ที่มีอยู่ยังไม่พอกับประชากรรถยนต์ ต้องอาศัยเทคโนโลยีให้สามารถจอดซ้อนกันในแนวตั้งได้ จะได้ประหยัดที่ สุดยอด!
33. ระบบจ่ายเงินค่าทางด่วนอัตโนมัติ ETC อันนี้บ้านเราก็มีแล้ว Easy pass ไง
34. มีที่แช่น้ำร้อนเฉพาะเท้า เดี๋ยวนี้บ้านเราก็เอามาเลียนแบบกันหลายที่เหมือนกัน
35. มีตู้รถไฟที่จัดให้เฉพาะผู้หญิงขึ้นเท่านั้น อันนี้ชอบมาก ไม่ต้องไปเบียดกับผู้ชาย บ้านเราก็เคยมีรถเมล์สำหรับผู้หญิง ทำไมเลิกไปแล้วก็ไม่รู้ สำหรับรถไฟฟ้าหรือรถใต้ดินของบ้านเรา ในอนาคตน่าจะมีตู้สำหรับผู้หญิง ทุกวันนี้ในช่วงรีบร้อนทุกเช้าเย็น คนเยอะมากจริงๆ คนญี่ปุ่นยังบ่นเลย
36. มีโรงแรมม่านรูด เอ แล้วประเทศไหนไม่มีโรงแรมม่านรูดบ้าง
37. บุหรี่มีมากมายหลายยี่ห้อ แสดงให้เห็นถึงความนิยมในการสูบบุหรี่ของคนญี่ปุ่น
38. บ้านเมืองมีความปลอดภัยสูง เวลาค่ำคืนสามารถเดินออกไปได้ แต่เดี๋ยวนี้ก็ต้องระวังตัวกันมากขึ้น
39. มีห้องน้ำแบบนั่งยองๆ อันนี้ สำหรับคนไทยก็ไม่แปลกเนอะ จะแปลกก็ตรงวิธีนั่ง ตรงกันข้ามกับคนไทย เราจะเอารูส้วมไว้ด้านหลัง แต่ของญี่ปุ่นไว้ด้านหน้าน่ะสิ ตอนแรกๆก็ไม่รู้ นั่งแบบไทยไปเนี่ยแหละ 555
40. คิทแคทมีหลายรสชาติ อันนี้ผู้ไปเที่ยวบ่อยๆคงเห็นว่าแม้กระทั่งรสวาซาบิยังเอามาทำคิทแคทแน่ะ
41. มีพนักงานสาวคอยดูแลการขึ้นลงลิฟท์ให้ผู้โดยสาร งามๆและชอบทำเสียงสูงๆน่ะ ลองสังเกตกัน
42. มีซองน้ำจิ้มที่สามารถราดน้ำจิ้มได้ด้วยมือข้างเดียว(โดยไม่ต้องแกะหรือฉีก) เรียกว่า Dispenpack อันนี้เห็นครั้งแรกก็ทึ่งเหมือนกัน สมเป็นญี่ปุ่นจริงๆ เรื่องคิดค้นต้องยกให้เขา
43. โรงแรมแคปซูล ปัจจุบันมีการพัฒนาโรงแรมแคปซูลให้มีความหลากหลายมากขึ้น คนที่ไมเคยลิ้มลองรสชาติการนอนในโรงแรมแคปซูลคงต้องไปหาลองกันบ้างแล้ว
44. มีถุงที่ร้านต่างๆใส่สินค้าของร้านตัวเองแล้วปิดผนึกไม่ให้ลูกค้าเห็นของด้านใน แล้วตั้งราคาเป็นตัวเลขกลมๆ ขายในช่วงปีใหม่ ซึ่งของในถุงมักจะมีราคาสูงกว่าราคาที่ตั้งไว้ เรียกกว่า Fukubukuro (福袋)เคยเห็นคนต่อคิวรอห้างเปิดเพื่อเข้าไปแย่งกันซื้อถุงเหล่านี้ ผู้หญิงทั้งนั้น
45. ห้องในโรงแรมบิสซิเนส (business hotel) เล็กมาก โดยเฉพาะห้องชนิด semidouble เรียกว่านอนสองคนแทบไม่ได้ อันนี้ก็จริง วัดขนาดที่นอนแล้ว ต้องผู้หญิงตัวเล็กๆน่ะถึงจะนอนสองคนได้
46. ชาวต่างชาติที่มีแฟนเป็นสาวญี่ปุ่นหน้าตาน่ารักๆมักจะหน้าตาแย่ อันนี้จริงแท้ เห็นแล้วยังงง
ผู้เขียนไปเรียนต่อญี่ปุ่นหลายปี เลยเห็นทั้ง 46 อย่างที่กล่าวมา เห็นแรกๆก็ตกใจหรือไม่ก็แปลกใจ หลายอย่างต้องเรียกว่า “ทึ่ง” จนต้องนิ้วยกให้ ญี่ปุ่นสมกับเป็นชาติแห่งนวัตกรรมจริงๆ ไอเดียไหนเจ๋งๆ วันหลัง anngle จะเอามาเล่าให้ฟังอย่างละเอียด
ขอขอบคุณเนื้อหาจาก http://www.bbberry.net/webboard/viewthread.php?tid=13917

นิสัยของคนญี่ปุ่นแท้ๆ เรื่องที่คุณไม่เคยรู้เกี่ยวกับชาวญี่ปุ่น

นิสัยของคนญี่ปุ่นและประเทศญี่ปุ่น แท้ๆ แบบละเอียด นิสัยผู้หญิงญี่ปุ่น และ ผู้ชายญี่ปุ่น เป็นแบบไหนนะ  มารู้จักกันแบบชัดเจน เจาะลึก สำหรับคนที่ชอบ คนญี่ปุ่น ปิ๊งรักคนญี่ปุ่น หรือ จะไปเที่ยวญี่ปุ่น อ่านที่นี่ที่เดียว จบ


1.ไม่ค่อยสนใจเรื่องชาวบ้าน สนแต่เรื่องของชาวญี่ปุ่นกันเอง
: อย่างเช่นการถ่ายทอดแข่งกีฬาอะไรก็ถ่ายแต่กีฬาที่คนญี่ปุ่นแข่ง (จะไปว่าเค้าก็กระไรอยู่ ค่าออกอากาศมันแพง) อย่างโอลิมปิค กีฬาอะไรที่คนญี่ปุ่นไม่ได้ลงแข่งหรือไม่ได้เข้ารอบก็ไม่ต้องได้ดูกันล่ะ หรือเวลาแข่ง figure skating ก็จะให้ดูแต่ญี่ปุ่นกับคนสำคัญๆ T^T เค้าอยากดูคนอื่นด้วยอ่ะ...

2.ใช้รองเท้าเปลือง!
: คือมันชอบให้เปลี่ยนสลิปเปอร์อยู่เรื่อย เข้าตึกก็เปลี่ยนหนึ่งสลิปเปอร์ เข้าห้องน้ำก็ต้องเปลี่ยนอีกหนึ่งสลิปเปอร์ แล้วต้องเรียงสลิปเปอร์ให้สวยงามอีกแน่ะ...


3.ซดโซบะโฮกๆ!
: อันนี้คนญี่ปุ่นเองก็รู้สึกอับอายเล็กน้อยเวลาไปกินร้านอาหารญี่ปุ่นพวกเส้นตามต่างประเทศแล้วรู้สึกบรรยากาศรอบข้างมันประหลาด (เหมือนถูกรอบข้างรังเกียจ) เหตุผลที่ต้องสูดให้มันโฮกๆเพื่อแสดงถึงคงามอร่อยแล้ว เค้าว่ามันจะช่วยดับความร้อนได้ประมาณหนึ่งด้วย (ทุกวันนี้ก็ยังทำไม่ได้)


4.ทำงานจนตัวตาย
: สงสัยจะมีอยู่ประเทศเดียวที่มีคนตายเพราะทำงานหนักเกินไม่รู้จักพักผ่อน คนญี่ปุ่นจำนวนมากมีวันหยุดก็ไม่รู้จักใช้ (บางคนใช้ไม่ได้ เพราะบรรยากาศในบริษัทประมาณว่าเมิงห้ามหยุด เค้ามีวันหยุดไว้ตามกฎหมายเฉยๆ)


5.อ่านบรรยากาศรอบข้างมากเกิน
: เพราะกลัวจะถูกหาว่าเป็นพวก KY (อ่านบรรยากาศไม่ออก ไร้กาละเทศะ) ทำให้ไม่เป็นตัวของตัวเอง พยายามจะไม่แสดงความคิดเห็นที่มันแตกต่างจากชาวบ้านมาก แสดงความเห็นแบบเกาะกลุ่ม... ว่ากันว่าพวกแบบสอบถามทางสถิติอะไรก็เชื่อถือไม่ค่อยจะได้เท่าไหร่ เพราะหลายคนตอบแบบอ่านบรรยากาศ (ประมาณคิดว่าคนส่วนใหญ่จะตอบแบบนี้เลยตอบด้วย)


6.ไม่ได้เป็นคนศาสนานั้น แต่อยากจะทำพิธีทางศาสนากับเขา
: คนญี่ปุ่นจำนวนมาก(บอกว่า)นับถือศาสนาพุทธ แต่ก็ไม่ได้เคร่งอะไรเหมือนกับบ้านเรา หลายคนบอกเต็มปากเต็มคำว่าไม่นับถือศาสนาอะไร (คุณฮายาชิก็ไม่มีศาสนา) แต่คนญี่ปุ่นก็จะไปศาลเจ้าตามเทศกาลแบบญี่ปุ่นเช่นฮัทสึโมเดะ (ไปไหว้ศาลเจ้าครั้งแรกของปี) แต่งงานกันแบบคริสตร์ หรือจัดงานศพตามแบบพุทธเป็นต้น หนำซ้ำยังฉลองทั้งคริสมาสตร์ ทั้งวาเลนไทน์กันอีกด้วย...


7.ส่งของตอบแทน
: เวลาได้รับของอวยพรหรืออะไรก็ตาม ต้องมีการส่งของตอบแทนกันตามมารยาท เงินใส่ซองตามงานต่างๆก็มีการกำหนดไว้อย่างเป็นมารยา่ทตามความสัมพันธ์ของเรากับผู้จัดงาน ของตอบแทนก็เช่นกัน เวลาเราได้รับของอวยพรเนื่องในโอกาสอะไร (เช่นอวยพรเด็กแรกเกิด) ก็ต้องส่งของกลับไปให้ตามมารยาทซึ่งควรจะราคาประมาณ 1 ใน 3 ของของที่ได้รับ (กะๆเอา) ดังนั้นถ้าเราส่งของโคตรแพงไปให้ชาวบ้านก็จะกลายเป็น KY สร้างความลำบากให้คนส่งของกลับซะอีก -_-;

8.ไม่ร้องเพลงชาติ
: เป็นความเป็นจริงที่ว่าคนญี่ปุ่นจำนวนมากร้องเพลงชาติไม่ได้ @[email protected]; และมีหลายคนที่ไม่ชอบเนื้อหาความหมายของเพลงชาติตัวเอง (เพราะความหมายประมาณว่าจักรพรรดิคือทุกสิ่งทุกอย่าง หลายคนเชื่อว่าเพราะความคิดแบบนี้ที่นำพาให้ญี่ปุ่นต้องเริ่มสงครามโลกครั้งที่สองและพ่ายแพ้สงคราม...) <-- เรื่องมันยาว


9.โดนใครชมแล้วต้องปฏิเสธ
: ในความเป็นจริงคงไม่มีใครโดนชมว่าสวย หัวดี แล้วจะยืดอกรับว่าค่ะ เป็นมาแต่เกิด โฮะๆๆๆ แต่อย่างน้อยขอบคุณก็ยังดี นี่เหมือนกับถูกกำหนดไว้ว่าจะต้องปฏิเสธว่า ไม่ถึงขนาดนั้นหรอกค่า โฮ่ๆๆ (ในใจแอบกระหยิ่มยิ้มย่อง)


10.ดอกไม้บางประเภทเอาไปเยี่ยมคนป่วยไม่ได้
: ประมาณเดียวกับที่ไทยที่คงไม่มีใครหอบเอาพวงหรีดไปให้คนนอนป่วยในโรงพยาบาล ที่ญี่ปุ่นจะมีดอกไม้บางประเภท (เช่นลิลลี่) ที่เค้าจะเอาไว้วางให้กับผู้เสียชีวิต และมีช่อดอกไม้ที่ขายเอาไว้ให้บูชาหิ้งบรรพบุรุษที่บ้าน นี่ก็ห้ามเอาไปเยี่ยมคนป่วยเหมือนกัน (คนไทยเองคงไม่มีใึครเอาช่อดอกไม้ไหว้พระหรือพวงมาลัยไปให้คนป่วยเหมือนกันแหล่ะ)


11.งานเทศกาลโคตรเงียบ...
: -_-; ถ้าพูดถึงงานเทศกาลดังๆของไทยอย่างงานสงกรานต์ ลอยกระทง หรืองานของต่างประเทศเองก็จะมีการร้องรำทำเพลง การเต้น กินดื่มลัลล้าๆ ผู้คนหัวเราะร่า เต้นด้วยกัน... แต่งานญี่ปุ่นส่วนใหญ่จะเป็นการออกร้าน... แล้วคนก็เดินเที่ยวหาของกินกันไปเฉยๆ @[email protected]; งานเทศกาลใหญ่ๆที่มีขบวนรถหรือพาเหรดก็เดินกันเงียบๆแบบไร้เสียงดนตรีประกอบ... (เดินกันทื่อๆอย่างนั้น ห้ามยิ้ม ห้ามโบกมือให้ประชาชน) อย่างมากก็เป็นเสียงร้องรับของหนุ่มๆที่แบกหามขบวนรถ หรือไม่ก็มีเต้นรำแบบพื้นเมืองในขบวนกันเท่านั้น (ตกลงงานสนุกไหมเนี่ย?)


ขอขอบคุณข้อมูลจาก http://www.bbberry.net/webboard/viewthread.php?tid=13917

หากนักเรียนๆที่คิดว่าการผันรูป て นั้นมันยากจริงๆเล้ยยยยย

แต่ครูอ้อมมีวิธีช่วยเพื่อนๆพี่ๆน้องๆที่เรียนสายภาษาญี่ปุ่นแล้วพบเจอปัญหานี้ คือจำไม่ได้ ผันไม่เป็น

วิธีแก้ของครูอ้อมก็คือ การร้องเพลง て Form นั่นไงหล่าาาาา

ขอขอบคุณข้อมูลจาก :  http://www.marumura.com/tips/?id=3241

Thank you for contacting us. We will get back to you as soon as possible
Oops. An error occurred.
Click here to try again.

Subscribe

  • คุณสามารถสมัครเป็นสมาชิกกับเราเพื่อรับข่าวสารเรื่องการศึกษาเกี่ยวกับ ภาษาอังกฤษและญี่ปุ่น